ความรู้เรื่อง Credit Scoring

ความรู้เรื่อง Credit Scoring

ความรู้เรื่อง Credit Scoring เครื่องมือพิจารณาการอนุมัติสินเชื่อส่วนบุคคล

   ในยุคนี้ การก่อหนี้ของประชาชนนั้นง่ายแสนง่าย อย่างที่เราได้เห็นในปัจจุบัน จะเห็นได้ว่า ตามสถานที่ต่างๆ เช่น ห้างสรรพสินค้า ธนาคาร หรือโรงเรียนและสถานศึกษา ก็มีการรับกู้เงินให้ได้เลือกใช้กันอย่างมากมาย ไม่ใช่แต่เฉพาะเงินด่วนนอกระบบเท่า นั้นสินเชื่อส่วนบุคคลเช่น บัตรเครดิต หรือบัตรกดเงินสดก็เห็นกันกลาดเกลื่อนไปทั่วทั้งเมือง และเมื่อมีการสร้างสินเชื่อและมีการกู้เงินกันมากขนาดนี้ ในปัจจุบันนั้นก็มีมาตรการที่จะทำให้การกู้เงินนั้นยากยิ่งขึ้น และรัดกุมยิ่งขึ้นมากกว่าแต่ก่อน โดยเฉพาะธนาคาร หรือสถาบันทางการเงินต่างๆ

   การอนุมัติสินเชื่อทั้งหลายนั้น ในแต่ก่อน ได้มีการอนุมัติให้กู้อย่างง่ายๆ จนทำให้ประชาชนนั้นเป็นหนี้กันอย่างมากมาย เช่นเป็นหนี้บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด หรือเป็นหนี้ใหญ่ๆ เช่น บ้าน รถ หรือหนี้เนื่องจากกู้เพื่อประกอบธุรกิจ หรือมีความใกล้ชิดสนิทสนม จนทำให้ผู้อนุมัตินั้นปล่อยสินเชื่อได้อย่างง่ายดาย โดยไม่มีการพิจารณาถึงฐานความสามารถการชำระหนี้ที่แท้จริงของลูกค้า ละเมื่อเป็นเช่นนั้นเอง ทำให้ธนาคารทุกวันนี้มีการใช้ระบบ Credit Scoring ในการอนุมัติสินเชื่อต่างๆไม่ว่าจะเป็นบัตรกดเงินสด บัตรเครดิตต่างๆ หรือสินเชื่ออื่นๆที่เป็นตัวส่งเสริมทำให้ประชาชนก่อหนี้สิน และCredit Scoring คือเครื่องมือหนึ่งที่ทุกๆธนาคารในปัจจุบันได้ใช้ในการกลั่นกรองลูกค้าในการขอบัตรกดเงินสด หรือสินเชื่ออื่นๆ และเป็นการลดความลำเอียงของผู้อนุมัติสินเชื่อให้กับลูกค้า เช่น การขอทำบัตรกดเงินสดนี้ ผู้อนุมัติต้องกลั่นกรองอย่างละเอียดถี่ถ้วน โดยใช้หลักเกณฑ์และข้อมูลต่างๆของลูกค้าว่าสมควรที่จะอนุมัติหรือไม่ เพื่อลดปัญหาหนี้เสียที่เกิดจากการไม่มีระบบในการพิจารณาสินเชื่อให้ดีพอ

   Credit Scoring เป็นตัวที่ลดหย่อนอำนาจของผู้อนุมัติให้น้อยลง ซึ่งผู้อนุมัติจะไม่สามารถปล่อยสินเชื่อได้ง่ายจนเกินไป แต่ในปัจจุบันประเทศไทยได้ใช้ Credit Scoring นี้เป็นหลักเกณฑ์ในการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อมากขึ้น เพราะเห็นได้ว่าหนี้ที่เกิดจาก บัตรเงินสด และบัตรเครดิตนั้นเยอะขึ้นเรื่อยๆ และเพิ่งจะได้ใช้เครื่องมือนี้อย่างจริงจัง หลังจากที่ต่างๆประเทศ เช่น อเมริกา หรือญี่ปุ่น และประเทศที่เจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจประเทศอื่นๆได้ใช้ไปก่อนหน้านี้แล้ว

   ในขณะที่ทางสถาบันการเงินต่างๆก็ให้ความสนับสนุนกันอย่างมาก เพราะว่าอย่างน้อยก็ควรที่จะมี Credit Scoring กลาง ไว้เพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกันกับประเทศอื่นๆ แต่ในบางสถาบันทางการเงินก็ยังไม่มีการใช้ Credit Scoring กลาง ในปัจจุบันนี้ แต่ก็ยังใช้หลักเกณฑ์การพิจารณาอื่นๆ เช่น หลักเกณฑ์ของสถาบันทางการเงินที่ตั้งไว้เอง เช่น เพศ อายุ อาชีพ และการศึกษา มาประกอบการพิจารณา ตัวอย่างเช่น คนที่อายุน้อย ประมาณ 23-26 ปี หรือคนที่อายุมากๆอย่าง 50-60 ปีก็อาจจะได้รับคะแนนการขอสินเชื่อบัตรกดเงินสดที่น้อยกว่าผู้ที่มีอายุวัยกลางคน เพราะทางธนาคารอาจมองว่า เพราะผู้ที่มีอายุน้อยๆนั้นได้เรียนจบใหม่ๆ และยังไม่มีงานทำที่ดีนัก และคนที่อายุมากๆนั้นก็ทำงานไม่ไหวแล้วจนไม่สามารถขำระหนี้บัตรกดเงินสดได้

   แต่ละอาชีพก็เช่นกันที่ได้รับคะแนนมากๆในการขอสินเชื่อบัตรกดเงินสดหรือสินเชื่ออื่นๆ คืออาชีพหมอ วิศวกร จะได้รับการอนุมัติได้ง่ายกว่าอาชีพอื่นๆเช่น ผู้รับเหมา หรือเซลล์แมน เช่นเดียวกับระดับการศึกษา ที่ผู้ที่ศึกษาระกับปริญญาเอกจะได้คะแนนและได้รับการอนุมัติง่ายกว่าปริญญาโท

   แต่ปัจจัยต่างๆเหล่านี้ ยังไม่หมดแค่นี้ สำหรับการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อ ซึ่งมันจะต้องขึ้นอยู่กับแต่ละธนาคารหรือสถาบันทางการเงินด้วย เช่นการขอทำบัตรกดเงินสดจากทางธนาคาร ผู้ขอนั้นเป็นผู้ชาย และผู้หญิง ทางธนาคารจะพิจารณาผู้ชายได้ง่ายกว่า เพราะผู้ชายส่วนมากนั้นเป็นผู้นำครอบครัว และมีความสามารถที่จะสามารถชำระหนี้ได้มากกว่าผู้หญิง แต่ในบางธนาคารนั้นจะเลือกให้คะแนนผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย เพราะผู้หญิงมีความรับผิดชอบในการชำระหนี้บัตรกดเงินสดมากกว่า ก็แล้วแต่ธนาคารครับ

   ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่า แต่ละสถาบันการเงินนั้น ได้ดูสถิติย้อนหลังของตัวเอง ว่าข้อมูลของลูกค้าในอดีตนั้นเป็นอย่างไร ลูกค้าประเภทไหนสามารถชำระเงินได้มากกว่ากัน ซึ่งจะใช้หลักเกณฑ์นี้ในการพิจารณาของสินเชื่อต่างๆด้วย และทำให้เกณฑ์ของ Credit Scoring ของแต่ละธนาคารนั้นแตกต่างกันออกไป ดังนั้นถ้าจะขอทำบัตรเงินสด หากว่าไปทำที่ธนาคาร A ไม่ผ่าน ก็ยังมีหวังอยู่ว่า ธนาคารB จะรับอนุมัติ หรือถ้าคะแนนต่ำกว่าระดับกลางเพียงเล็กน้อย บางธนาคารก็จะรับพิจารณาการอนุมัติให้อีกรอบหนึ่ง

   ในต่างประเทศนั้น คนที่ไม่เคยมีประวัติการกู้เงินเลย หรือไม่เคยมีประวัติการเป็นหนี้อื่นๆ ก็อาจจะเสียคะแนนในการขอสินเชื่อ เช่น บัตรเครดิต หรือการขอทำบัตรกดเงินสด ซึ่งการที่ไม่เคยกู้หรือเป็นหนี้นี้ ก็เท่ากับว่าไม่มีเครดิตใดๆ เพราะแม้แต่บัตรใบหนึ่งยังไม่เคยขอได้ เพราะฉะนั้นการขอกู้สินเชื่อต่างๆ เช่น บัตรกดเงินสด หรือสินเชื่อเพื่อบ้าน ก็จะไม่ได้รับการอนุมัติเลย เพราะฉะนั้นผู้ที่จะขอสินเชื่อ เช่น การทำบัตรเครดิต หรือ ผู้ที่ต้องการทำบัตรเงินสด ก็จะยากขึ้นอีกนิดหน่อยครับ แล้วยิ่งช่วงนี้เป็นช่วงที่เศรษฐกิจเริ่มฝืดเคืองอีกด้วย เลยทำให้สถาบันทางการเงินต่างๆนั้นอนุมัติการของทำบัตรกดเงินสดนั้นยากขึ้นไป ยิ่งถ้าเป็นผู้ที่ไมค่อยมีวินัย หรือมักจะผิดนัดการชำระหนี้บ่อยๆนี้ก็อาจจะไม่ได้รับการอนุมัติอีกด้วย เพราะว่า สมัยนี้ทางธนาคารหรือสถาบันทางการเงินนั้น ได้มีเทคโนโลยีการตรวจเช็คที่เข้มงวดกว่าแต่ก่อนมาก ซึ่ง Credit Scoring ก็เป็นอีกระบบหนึ่งที่ทำให้อำนาจของผู้อนุมัตินั้นน้อยลง ทำให้การขอสินเชื่อบัตรกดเงินสดหรือบัตรเครดิตนั้นยากยิ่งกว่าเก่า