บัตรกดเงินสดใช้เป็นห่างไกลหนี้ 1

บัตรกดเงินสดใช้เป็นห่างไกลหนี้ 1

   ท่ามกลางเศรษฐกิจทีผันผวนในช่วงปี 2557 จนล่วงเข้าสู่ปี 2558 หลายสำนักเศรษฐกิจต่างกล่าวเป็นเสียงเดียวกันอย่างพร้อมเพรียงว่าปีนี้เผาจริง เนื่องจากเศรษฐกิจรอบโลกนั้นหล่นวูบลงไป ประกอบกับราคานํ้ามันที่ดิ่งเหว รวมถึงในประเทศไทยที่ผลการส่งออกติดลบข้ามปีอย่างต่อเนื่อง เศรษฐกิจปีนี้จึงเป็นช่วงที่น่าจับตาและเฝ้าระวังกันไว้ให้ดี ผู้ที่เป็นพนักงานประจำก็ควรที่จะตั้งหน้าตั้งตาทำงานอย่าพึ่งมองหางานใหม่เพราะเศรษฐกิจแบบนี้หลายบริษัทต่างลดจำนวนพนักงานลง รวมถึงสิ่งที่สำคัญสุด คือการไม่ก่อหนี้เพิ่ม โดยเฉพาะการขอสินเชื่อต่างๆ ควรชะลอการขอสินเชื่อบ้านหรือสินเชื่ออื่นๆออกไประยะหนึ่ง แต่ทั้งนี้ก็มีหลายธุรกิจที่จำเป็นจะต้องดำเนินการต่อ ไม่สามารถหยุดได้ ประกอบกับจำเป็นจะต้องมีการขอสินเชื่อเพิ่มเติมจากทางสถาบันการเงินเพื่อนำมาเสริมสภาพคล่องในธุรกิจ และนอกจากการขอสินเชื่อส่วนบุคคลจากทางสถาบันการเงินแล้ว อีกช่องทางหนึ่งที่ช่วยในด้านของเงินสด คือ บัตรกดเงินสด

เมื่อกล่าวถึงบัตรกดเงินสดแล้วหลายคนอาจจะพอจะรู้บ้างหรืออาจจะมีความสับสนระหว่างบัตรกดเงินสดและบัตรเครดิต ซึ่งในความเป็นจริงแล้วนั้นบัตรกดเงินสดและบัตรเครดิตนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แม้ว่าทั้งสองบัตรจะเป็นบัตรที่เกิดจากสินเชื่อประเภทบัตรนั้นเอง โดยจะกล่าวเพิ่มเติมต่อไปว่าแท้จริงแล้วนั้นบัตรกดเงินสดคืออะไรกันแน่ รวมถึงวิธีการใช้บัตรกดเงินสดอย่างไรให้ปลอดภัยและเทคนิคต่างๆที่ผู้กำลังจะทำบัตรกดเงินสดหรือสมัครบัตรกดเงินสดควรจะต้องรับรู้ไว้

ประการที่จะกล่าวถึงในมหากาพย์ซีรีย์บัตรกดเงินสดนี้ต้องเริ่มจากความเข้าใจก่อนว่าบัตรกดเงินสด คือ บัตรอะไร บัตรกดเงินสด เป็นประเภทของสินเชื่อในรูปแบบที่สถาบันการเงินจะอนุมัติให้กับผู้ที่มีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขที่สถาบันการเงินได้ระบุไว้ โดยผู้ที่จะสามารถสมัครบัตรกดเงินสดได้จะต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

เป็นผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป หรือไม่เกิน 60 ปี ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขที่ทางสถาบันการเงินจะเป็นผู้กำหนด

เป็นผู้ที่ฐานเงินเดือนตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไป หรืออาจจะต้องมากกว่า 20,000 บาทขึ้นไป ซึ่งสถาบันการเงินจะเป็นผู้กำหนด

มีอายุการทำงานขั้นตํ่าตั้งแต่ 3-6 เดือนขึ้นไป โดยในส่วนของระยะเวลาการทำงานถือเป็นเรื่องที่ค่อนข้างจะสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการจะสมัครบัตรกดเงินสด เพราะหากมีอายุการทำงานไม่ตรงกับเกณฑ์ที่สถาบันการเงินได้กำหนดไว้ก็จะทำให้ไม่ผ่านการพิจารณา

มีหมายเลขโทรศัพท์ที่บ้านและที่ทำงานที่ติดต่อได้ นี้เป็นอีกเงื่อนไขสำคัญเพราะหากสถาบันการเงินทำการตรวจสอบไปที่หมายเลขแล้วไม่ถูกต้องหรือไม่มีเบอร์โทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้ จะส่งผลให้การสมัครบัตรกดเงินสดไม่ผ่านการพิจารณา จากข้างต้นคือคุณสมบัติของผู้ที่สามารถทำบัตรกดเงินสดได้ เมื่อคุณสมบัติตรงกับเงื่อนไขที่สถาบันการเงินได้กำหนดไว้แล้วก็ถึงขั้นตอนที่จะทำการสมัครบัตรกดเงินสด โดยแบ่งออกเป็นวิธีการดังต่อไปนี้

สำเนาบัตรประชาชน หรือ บัตรข้าราชการในกรณีที่เป็นเจ้าหน้าที่ของภาครัฐ

สำเนาสลิปเงินเดือนย้อนหลัง 6 เดือน หรือหนังสือรับรองเงินเดือนฉบับจริงที่ออกโดยต้นสังกัดที่ทำงานอยู่

สำเนาหน้าแรกสมุดบัญชีธนาคาร รวมถึงสำเนาบัญชีเงินฝากย้อนหลัง 3 เดือน เพื่อเป็นหลักฐานยืนยันรายได้ประจำเดือน

จากข้างต้นเป็นภาพรวมของคุณสมบัติและเอกสารที่ต้องเตรียมสำหรับการสมัครทำบัตรกดเงินสด ซึ่งเงื่อนไขหรือข้อกำหนดของแต่ละสถาบันการเงินนั้นจะไม่แตกต่างกันมากนัก ผู้ที่ต้องการจะทำการสมัครสามารถเลือกสมัครกับสถาบันการเงินที่ตรงกับคุณสมบัติของตนเอง ก่อนที่จะทำการสมัตรทำบัตรกดเงินสดจะต้องมีขั้นตอนบางอย่างที่จำเป็นจะต้องพิจารณาก่อนที่จะเลือกสมัครกับสถาบันการเงินไหน โดยมีขั้นตอนและเทคนิคดังต่อไปนี้

ตรวจสอบเงื่อนไขและสิทธิประโยชน์ต่างๆของแต่ละสถาบันการเงิน แต่ทั้งนี้โดยทั่วไปแล้วนั้นบัตรกดเงินสดจะไม่มีสิทธิประโยชน์หรือโปรโมชั่นใดๆเหมือนกับบัตรเครดิต

เปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยของแต่ละสถาบันการเงิน แต่ละสถาบันการเงินจะมีการกำหนดอัตราดอกเบี้ยที่แตกต่างกัน บางสถาบันการเงินอาจจะกำหนดไว้ที่ 19.8% ต่อปี แต่บางสถาบันการเงินอาจจะกำหนดไว้ที 20% ต่อปี ดังนั้นสิ่งที่ผู้ต้องการทำบัตรกดเงินสดสามารถเลือกได้เพียงอย่างเดียว คืออัตราดอกเบี้ย เป็นการเปรียเทียบเพียงอย่างเดียวที่จะช่วยให้สมัครกับสถาบันการเงินที่ให้อัตราดอกเบี้ยน้อยที่สุด

และสุดท้ายซึ่งถือว่าสำคัญมาที่สุดเช่นกัน คือ การถามตัวเองว่าจำเป็นหรือไม่ที่จะต้องสมัครบัตรกดเงินสด สมัครเพื่ออะไร แล้วหากจำเป็นต้องใช้เงินสดแล้วได้ทำการกดเงินสดจากบัตรจะสามารถนำเงินสดมาชำระคืนได้ภายในเวลาอันรวดเร็วหรือไม่ เพราะบัตรกดเงินสดอาจจะสะดวกสบายในกรณีที่จำเป้นต้องใช้เงินสดด่วน แต่ในทางกลับกันอัตราดอกเบี้ยก็สูงเช่นกัน หากใช้จ่ายไม่ระมัดระวังและไม่สามารถหาเงินมาชำระคืนได้ก็มีโอกาสสูงที่จะเป็นหนี้บัตรกดเงินสดได้

จากข้างต้นที่กล่าวแบบรวบรัดของขั้นตอนการเลือกสมัครทำบัตรกดเงินสดควรจะทำกับสถาบันการเงินไหน ซึ่งจากที่กล่าวไว้แล้วว่าบัตรกดเงินสดไม่มีอะไรในเรื่องของสิทธิพิเศษ ดังนั้นสิ่งที่จำทำให้เลือกได้ถูกต้องที่สุดก็คงจะเป็นเรื่องของการสมัครกับสถาบันการเงินที่ให้อัตราดอกเบี้ยตํ่าที่สุด เพราะอะไรถึงให้เลือกสมัครบัตรกดเงินสดที่มีอัตราดอกเบี้ยตํ่าที่สุด ซึ่งจะกล่าวต่อไป

สาเหตุที่บัตรกดเงินสดจะต้องเลือกสมัครบัตรที่มีอัตราดอกเบี้ยที่ตํ่าเนื่องจาก การใช้บัตรกดเงินสดทุกครั้งที่ทำการกดเงินสดออกมาดอกเบี้ยจะถูกคำนวณทันทีแบบรายวัน ซึ่งไม่เหมือนกับดอกเบี้ยของบัตรเครดิตที่จะเริ่มต้นคำนวณเมื่อทำการชำระล่าช้ากว่าที่สถาบันการเงินกำหนดหรือ 45 วัน และเมื่อทำการกดเงินสดจากบัตรกดเงินสด ดอกเบี้ยก็จะเริ่มต้นคำนวณจนกว่าจะนำเงินสดมาคืน นี้คือเสาเหตุว่าทำไมต้องเลือกสมัครกับสถาบันการเงินที่ให้อัตราดอกเบี้ยตํ่าสุด วิธีการคำนวณอัตราดอกเบี้ยของบัตรกดเงินสดจะสามารถคำนวนได้ด้วยตัวอย่างต่อไปนี้ วิธีการคำนวณดอกเบี้ยบัตรกดเงินสด เช่นได้ทำการกดเงินสดออกมาจากตู้เอทีเอ็มวันที่ 1 พฤศจิกายน 2558 โดยกดออกมาเป็นเงินจำนวน 10,000 บาท โดยที่ดอกเบี้ยจะถูกเริ่มต้นคำนวณทันทีเมื่อได้มีทำการกดเงินสดออกมาในวันแรก จนถึงวันที่ได้ทำการชำระคืน หากได้ทำการชำระคืนวันที่ 16 ธันวาคม 25578 รวมแล้วระยะเวลาที่ได้ทำการใช้เงินล่วงหน้าไปทั้งหมด 45 วัน นั้นหมายความว่าจะต้องมีการชำระอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 10,000 x 28% / 365 x45 = 345.21 รวมกับเงินต้น 10,000 บาท = 10,345.21 บาท

ประการต่อมาที่จะกล่าวถึงในเรื่องของบัตรกดเงินสด คือ เมื่อได้ทำการอนุมัติบัตรกดเงินสดแล้ว สิ่งที่ผู้ใช้จะต้องทำ คือ รู้ถึงหลักในการใช้บัตรอย่างไรให้ถูกต้องและปลอดภัยจากการเป็นหนี้ ซึ่งจะกล่าวถึงในส่วนของซีรีย์ที่ 2 และจะเพิ่มความเข้มข้นที่มากขึ้น เพื่อให้ผู้อ่านได้เข้าใจอย่างท่องแท้ว่าแท้จริงแล้วนั้นบัตรกดเงินสดนั้นมีดีอย่างไรแล้วในมุมกลับกันทำไมบัตรกดเงินสดถึงเป็นผู้ร้ายที่อาจจะนำหายนะมาสู่ผู้ที่ใช้บัตรกดเงินสดอย่างหน้ามืด เพราะการขาดวินัยและสิ่งใดอีก โดยจะกล่าวในซีรีย์ที่ 2

กล่าวโดยสรุปสำหรับในช่วงแลก บัตรกดเงินสดเป็นบัตรที่ผู้ใช้สามารถทำการกดเงินสดได้จากจำนวนวงเงินที่สถายันการเงินได้อนุมัติ โดยจะอยู่ที่ 2-5 เท่าของรายได้ และเมื่อได้ทำการกดเงินสดออกมาจะมีอัตราดอกเบี้ยที่คำนวณแบบรายวัน ผู้ที่มีคุณสมบัติตามที่ได้กล่าวข้างต้นสามารถที่จะทำการสมัครได้แต่ต้องทำการเปรียบเทียบในเรื่องของอัตราดอกเบี้ยให้ดีก่อนเลือกจะสมัครกับสถาบันการเงินไหน